คำถามที่พบบ่อยของถุงมืออุตสาหกรรม

ถุงมือเคลือบ PU กับ ถุงมือเคลือบไนไตร (Nitrile) ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างอยู่ที่ "หน้างาน" ที่จะนำไปใช้ครับ:

  • ถุงมือ PU (Polyurethane): เหมาะกับ "งานแห้ง" เน้นความกระชับ หยิบจับชิ้นเล็กได้ถนัดมือ และระบายอากาศได้ดี (เช่น งานประกอบอิเล็กทรอนิกส์, แพ็กกิ้ง)
  • ถุงมือไนไตร (Nitrile): เหมาะกับ "งานเปียกหรือมัน" ทนต่อน้ำมัน จารบี และสารเคมีได้ดีกว่า ทนทานต่อการฉีกขาดมากกว่า (เช่น งานช่างยนต์, งานปิโตรเคมี)
ถุงมือกันบาดระดับ 5 (Level 5) จำเป็นแค่ไหน?

จำเป็นมากหากคุณต้องสัมผัสของมีคมโดยตรง! ถุงมือกันบาดระดับ 5 (สูงสุดตามมาตรฐาน EN388 เดิม) ผลิตจากเส้นใยพิเศษ (เช่น Dyneema หรือ HPPE) เหมาะสำหรับงานจับกระจก ตัดเหล็ก หรือแผ่นเมทัลชีท ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุเลือดตกยางออกได้จริงครับ

งานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ควรใช้ถุงมือแบบไหน?

ควรเลือกใช้ 2 ประเภทนี้ครับ:

  1. ถุงมือป้องกันไฟฟ้าสถิต (ESD): หากชิ้นงาน (เช่น แผงวงจร IC, PCB) อ่อนไหวต่อประจุไฟฟ้า
  2. ถุงมือเคลือบ PU สีขาว: หากต้องการความสะอาด (Cleanliness) มองเห็นสิ่งสกปรกง่าย และไม่มีฝุ่นขุยผ้าหลุดไปปนเปื้อนชิ้นงาน
ถุงมือเคลือบ "เต็มฝ่ามือ" กับ "เคลือบแค่ปลายนิ้ว" เลือกแบบไหนดี?

เลือกตามความต้องการในการจับยึดครับ:

  • เคลือบเต็มฝ่ามือ: ยึดเกาะดีเยี่ยม ป้องกันการลื่นหลุดมือได้ดีกว่า เหมาะกับงานจับของชิ้นใหญ่หรือมีน้ำหนัก
  • เคลือบปลายนิ้ว: เน้นการระบายอากาศสูงสุด และความคล่องตัวของนิ้วมือ เหมาะกับงานหยิบจับน็อต สกรู หรือชิ้นส่วนเล็กๆ
ถุงมือยางไนไตรสีเขียว (แบบหนา) ใช้จับกรดแรงๆ ได้ไหม?

ถุงมือยางไนไตร (เช่น รุ่นหนา 18 mil) สามารถทนทานต่อสารเคมี กรด และด่างได้ในระดับดีเยี่ยมครับ แต่หากเป็นกรดเข้มข้นสูงมาก แนะนำให้ตรวจสอบตารางความทนทานสารเคมี (Chemical Resistance Chart) ของถุงมือรุ่นนั้นๆ หรือเปลี่ยนถุงมือบ่อยๆ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ

มาตรฐาน RoHS และ REACH ที่ระบุบนถุงมือ คืออะไร?

เป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยจากยุโรปครับ รับรองว่าถุงมือนั้น "ปราศจากสารเคมีอันตรายต้องห้าม" (เช่น ตะกั่ว, ปรอท, แคดเมียม) ปลอดภัยต่อผู้สวมใส่ ไม่ระคายเคืองผิว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งโรงงานอุตสาหกรรมชั้นนำมักบังคับใช้มาตรฐานนี้ครับ

ถุงมือกันบาด สามารถซักทำความสะอาดได้ไหม?

ซักได้ครับ! ถุงมือที่ทำจากเส้นใย HPPE หรือ Dyneema สามารถซักล้างด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาซักผ้าอ่อนๆ แล้วตากในที่ร่มให้แห้ง เพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ช่วยประหยัดต้นทุนได้มาก (ข้อควรระวัง: ห้ามใช้น้ำยาฟอกขาว เพราะจะทำลายเส้นใยกันบาด)

ทำไมถุงมือ PU สีดำ ถึงนิยมใช้ในงานช่างยนต์?

เพราะ "สีดำ" ช่วยพรางคราบสกปรก คราบน้ำมัน หรือจารบีได้ดีที่สุดครับ ทำให้ถุงมือดูไม่เก่าเร็ว ดูสะอาดตา และมีความเป็นมืออาชีพมากกว่าการใช้ถุงมือสีขาวหรือสีอ่อนที่เลอะแล้วเห็นชัดเจนครับ

จะรู้ได้อย่างไรว่าควรใส่ถุงมือไซส์อะไร?

วิธีง่ายที่สุดคือ วัดความกว้างของฝ่ามือ (ไม่รวมนิ้วโป้ง) แล้วเทียบตามนี้ครับ:

  • 7-8 ซม. = ไซส์ S
  • 8-9 ซม. = ไซส์ M
  • 9-10 ซม. = ไซส์ L
  • 10+ ซม. = ไซส์ XL

*ควรเลือกไซส์ที่พอดี ไม่หลวมจนหลุด หรือคับจนเลือดไม่เดิน เพื่อความปลอดภัยครับ

ถุงมือ PVC เหมาะกับงานประเภทไหน?

ถุงมือ PVC (โดยเฉพาะรุ่นที่มีซับใน) มีคุณสมบัติกันน้ำและน้ำมันได้ 100% จึงเหมาะมากกับ งานประมง งานห้องเย็น งานเกษตร หรือ งานล้างทำความสะอาด ที่ต้องสัมผัสน้ำหรือสารเคมีเจือจางตลอดเวลา เพราะดูแลรักษาง่าย ล้างออกง่าย และราคาคุ้มค่าครับ

Slice

ใบมีดเซรามิค คืออะไร และแตกต่างจากใบมีดเหล็กทั่วไปอย่างไร?
ใบมีดเซรามิค คือ ใบมีดที่ผลิตขึ้นจากวัสดุที่มีชื่อว่า เซอร์โคเนียม (Zirconium,Zr) ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความแข็ง และทนทานมากกว่าเหล็ก ใบมีดเซรามิคจึงมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าใบมีดเหล็กทั่วไป ถึงประมาณ 10 เท่า และช่วยลดอุบัติเหตุจากการเปลี่ยนใบมีดได้อีกด้วย ส่วนคมตัดของใบมีดเซรามิคก็จะมีความคมน้อยกว่าใบมีดเหล็ก ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของการเกิดอุบัติเหตุลงได้ โดยที่ยังสามารถตัดชิ้นงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะใบมีดเซรามิค ใช้แรงเฉือนในการตัด ซึ่งต่างจากใบมีดเหล็กที่ใช้ความคมของใบมีดในการตัด นอกจากนี้ใบมีดเซรามิค ยังมีคุณสมบัติที่ ไม่นำไฟฟ้า ไม่ติดแม่เหล็ก และไม่เป็นสนิมอีกด้วย
ใบมีดเซรามิค เหมาะสำหรับตัดงานประเภทใด?
ใบมีดเซรามิค สามารถใช้ตัดวัสดุทุกประเภทที่ใบมีดเหล็กตัดได้ แต่วัสดุที่เหมาะกับใบมีดเซรามิค และเห็นความแตกต่างในเรื่องอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าก็คือ การตัดกล่องกระดาษลูกฟูก เนื่องจากเป็นวัสดุที่เปลืองใบมีด ซึ่งถ้าเปลี่ยนมาใช้ใบมีดเซรามิคจะช่วยยืดอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นได้อย่างชัดเจน ส่วนข้อจำกัด หรือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการใช้ใบมีดเซรามิคก็คือ การตัดในลักษณะเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว หรือการใช้ใบมีดแทงเจาะลงไปในชิ้นงาน เนื่องจากเซรามิคเป็นวัสดุที่มีความแข็ง แต่เปราะ ซึ่งถ้าเกิดการบิดตัว หรือการกระแทก ก็อาจจะทำให้ใบมีดหักได้
มีดเซรามิค เหมาะกับใคร?
มีดเซรามิค เหมาะกับผู้ใช้งานที่มีความต้องการดังนี้:

1. ต้องการมีดที่คมนาน: ใบมีดเซรามิคมีความคมนานกว่าใบมีดเหล็กทั่วไปถึง 10 เท่า ช่วยให้ตัดวัสดุได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องเปลี่ยนใบมีดบ่อยๆ เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้มีดบ่อยๆ เช่น งานครัวมืออาชีพ งานตัดผ้า งานตัดกระดาษ

2. ต้องการมีดที่ทนทาน: ใบมีดเซรามิคทนทานต่อการสึกหรอ ไม่แตกหักง่าย ใช้งานได้ยาวนาน เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้งานหนัก

3. ต้องการมีดที่ปลอดภัย: ใบมีดเซรามิคจะหักเป็นชิ้นเล็กๆ แทนที่จะแตกเป็นเสี่ยง เมื่อได้รับแรงกระแทก ช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่กังวลเรื่องความปลอดภัย เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ทำงานในโรงงาน

4. ต้องการมีดที่ใช้งานง่าย: ใบมีดเซรามิกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ด้ามจับกระชับมือ ช่วยลดความเมื่อยล้าขณะใช้งาน เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไป หรือผู้ใช้ที่ไม่มีทักษะการใช้มีดมากนัก

5. ต้องการมีดที่ไม่เป็นสนิม: ใบมีดเซรามิกไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร จึงไม่ทำให้เกิดสนิม หรือรอยดำบนอาหาร เหมาะสำหรับงานที่ต้องสัมผัสกับอาหาร เช่น งานครัว งานตัดผลไม้




ควรเก็บรักษามีดเซรามิกอย่างไร ?
การเก็บรักษา:

เก็บในที่แห้งและเย็น: ควรเก็บมีดเซรามิกในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง ความร้อน และความชื้น
เก็บในกล่องหรือซอง: ควรเก็บมีดเซรามิกในกล่องหรือซองที่ออกแบบมาสำหรับมีดเซรามิคโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันมีดเซรามิกจากการกระแทก รอยขีดข่วน และฝุ่นละออง
เก็บแยกจากมีดอื่นๆ: ควรเก็บมีดเซรามิกแยกจากมีดอื่นๆ เพื่อป้องกันมีดเซรามิกจากการกระทบกระเทือน และรอยขีดข่วน
เก็บให้พ้นมือเด็ก: ควรเก็บมีดเซรามิกให้พ้นมือเด็ก เพื่อป้องกันอันตราย

Martor

Martor (มาทอร์) คือใคร และทำไมจึงเป็นผู้ผลิตมีดคัตเตอร์เซฟตี้อันดับ 1 ของโลก?
Martor (มาทอร์) คือ บริษัทจากเยอรมัน ตั้งอยู่ในเมือง Solingen ก่อตั้งมาแล้วกว่า 80 ปี โดยมีกลุ่มสินค้าเพียงชนิดเดียวคือ มีดคัตเตอร์เซฟตี้ จึงทำให้ Martor มุ่งเน้นในการพัฒนา และออกแบบผลิตภัณฑ์มีดคัตเตอร์เซฟตี้ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งมีการควบคุมคุณภาพการผลิตจากโรงงาน ในประเทศเยอรมันให้ได้ตามมาตรฐานสากล จึงทำให้ Martor ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก
สินค้าแต่ละรุ่นของ Martor (มาทอร์) แตกต่างกันอย่างไร?
Martor แบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับความปลอดภัยของมีดคัตเตอร์เซฟตี้ ดังนี้
Martor Secunorm : มาจาก Secure Normal จะเป็นมีดคัตเตอร์เซฟตี้ที่มีความปลอดภัยระดับปานกลาง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นฟังก์ชันการใช้งาน ที่ด้ามมีดจะมีสปริงดึงใบมีดกลับอัตโนมัติเมื่อเลิกใช้งาน รุ่นยอดนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ Martor Secunorm Mizar 125001.02 ซึ่งถือเป็นรุ่นเริ่มต้นของผู้ใช้งานที่ไม่เคยใช้มีดคัตเตอร์เซฟตี้มาก่อน เพราะออกแบบให้ด้ามมีดเป็นแบบบีบ ใช้งานง่าย และราคาไม่สูง
Martor Secupro : มาจาก Secure Professional เป็นกลุ่มมีดคัตเตอร์เซฟตี้ที่มีระดับความปลอดภัยสูงขึ้นกว่า Martor Secunorm โดยที่จะเพิ่มฟังก์ชันความปลอดภัยขึ้นมา เช่น มีระบบสปริงดึงใบมีดกลับอัจฉริยะเมื่อกรีดสุดชิ้นงาน แม้ในขณะที่ผู้ใช้งานยังบีบด้ามมีดอยู่ ซึ่งฟังก์ชันพิเศษนี้ จะช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการตัดแล้วใบมีดแฉลบเข้าหาตัวผู้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย เหมาะกับงานตัดวัสดุหนา หรือการตัดที่ต้องใช้แรงในการตัดที่มาก เพราะเป็นงานที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการแฉลบของใบมีดที่รุนแรง สินค้ายอดนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ Martor Secupro 625001.02 ซึ่งนอกจากจะมีฟังก์ชันพิเศษตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว ด้ามมีดยังผลิตจากอลูมิเนียมเกรดดี ให้การใช้งานที่คงทนยาวนาน
Martor Secumax : มาจาก Secure Maximize จะเป็นมีดคัตเตอร์เซฟตี้ ที่มีระดับความปลอดภัยสูงที่สุด โดยทั่วไปของสินค้ากลุ่มนี้ จะถูกออกแบบให้ใบมีดซ่อนอยู่ในตัวด้าม ทำให้ลดอุบัติเหตุจากการจับโดนใบมีด หรือการแฉลบของใบมีดในขณะใช้งาน สินค้ายอดนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ Secumax 320 ซึ่งจะเป็นลักษณะคัตเตอร์แบบตะขอ สามารถตัดสายรัด ฟิล์ม หรือเปิดกล่องได้อย่างปลอดภัยสูงสุด
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy